อบรม

อบรมภาษีสำหรับผู้ประกอบการ

เขียนโดย — Founder & CEO | นักบัญชีผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี · ประสบการณ์ด้านบัญชีกว่า 20 ปี เชี่ยวชาญด้านภาษี การวางระบบบัญชี และการดูแลบัญชีสำหรับธุรกิจออนไลน์

อบรมภาษีสำหรับผู้ประกอบการควรเรียนอะไร: 6 หัวข้อที่เจ้าของธุรกิจต้องรู้ (VAT หัก ณ ที่จ่าย ภาษีนิติบุคคล เอกสาร ปฏิทินภาษี การถูกตรวจ), เลือกคอร์สอย่างไร, เรียนออนไลน์ vs In-house, และค่าอบรมพนักงานหักรายจ่ายได้ 2 เท่า

เจ้าของธุรกิจไม่จำเป็นต้องทำบัญชีเป็น แต่ ต้องอ่านภาษีออก — เพราะทุกการตัดสินใจ (ตั้งราคา จ้างคน ซื้อรถ จ่ายเงินปันผล) มีภาษีซ่อนอยู่ และคนที่เซ็นรับผิดชอบคือกรรมการ ไม่ใช่นักบัญชี บทความนี้บอกว่าควรเรียนอะไร และเลือกอบรมแบบไหนคุ้ม

คำตอบสั้น: ผู้ประกอบการควรอบรมภาษีให้ครอบคลุม 6 เรื่อง: VAT และใบกำกับภาษี · ภาษีหัก ณ ที่จ่าย · ภาษีเงินได้นิติบุคคลและค่าใช้จ่ายที่หักได้ · เอกสารที่สรรพากรยอมรับ · ปฏิทินภาษีทั้งปี · การรับมือเมื่อถูกตรวจ — เลือกคอร์สที่สอนด้วย กรณีจริงของธุรกิจแบบเดียวกับคุณ และถ้าอบรมพนักงาน ค่าใช้จ่ายหักภาษีได้ 2 เท่า


ทำไมเจ้าของต้องรู้ภาษี ทั้งที่จ้างนักบัญชีแล้ว

6 หัวข้อที่หลักสูตรควรมี

หัวข้อสิ่งที่ต้องทำได้หลังเรียน
1. VAT และใบกำกับภาษีรู้ว่าเมื่อไหร่ต้องจด ออกใบกำกับอย่างไร ภาษีซื้ออะไรใช้ไม่ได้
2. ภาษีหัก ณ ที่จ่ายจ่ายค่าอะไรหักกี่ % ออก 50 ทวิ ยื่น ภ.ง.ด.3/53 ทันกำหนด
3. ภาษีเงินได้นิติบุคคลอัตรา SME ค่าใช้จ่ายต้องห้าม ประมาณการครึ่งปี ผลขาดทุนยกไป
4. เอกสารที่สรรพากรยอมรับบิลแบบไหนใช้ได้ ค่าใช้จ่ายไม่มีบิลทำอย่างไร
5. ปฏิทินภาษีทั้งปีรู้ทุกกำหนดยื่น เดือนไหนต้องเตรียมอะไร
6. รับมือสรรพากรหนังสือเชิญพบ ตรวจปฏิบัติการ ควรทำ/ไม่ควรทำอะไร

หลักสูตรสำหรับเจ้าของควรใช้เวลา 1 วัน (6 ชั่วโมง) ครอบคลุมทั้ง 6 เรื่องแบบ "พอตัดสินใจได้" ไม่ใช่สอนลงบัญชี

เลือกอบรมแบบไหน

รูปแบบเหมาะกับข้อดี / ข้อจำกัด
คอร์สออนไลน์สาธารณะเจ้าของคนเดียว งบน้อยถูก ดูซ้ำได้ / ถามเจาะธุรกิจตัวเองไม่ได้
สัมมนาสาธารณะ 1 วันเจ้าของ + ผู้จัดการได้ถามวิทยากร / เนื้อหากลางๆ
In-house ที่บริษัททีม 5 คนขึ้นไปใช้เอกสารจริงของบริษัทเป็นกรณีศึกษา ทั้งทีมเข้าใจตรงกัน / ค่าใช้จ่ายต่อครั้งสูงกว่าแต่ต่อหัวมักถูกกว่า

เกณฑ์เลือกวิทยากร: มีประสบการณ์ทำบัญชี-ภาษีจริงกับธุรกิจขนาดเดียวกับคุณ, ใช้ตัวอย่างเอกสารจริง, มีช่วง Q&A ยาวพอ, และให้เอกสารสรุป/เช็กลิสต์กลับไปใช้ ดู ส่งพนักงานเรียนคอร์ส vs จัด In-house

ค่าอบรมหักภาษีได้ 2 เท่า

ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมพนักงาน (ทั้งส่งไปอบรมภายนอกและจัดภายในโดยวิทยากรภายนอก) หักเป็นรายจ่ายได้ 2 เท่า ตามพระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 437 เมื่อเข้าเงื่อนไข เช่น เป็นหลักสูตรที่เกี่ยวกับกิจการ มีหลักฐานการอบรม และผู้เข้าอบรมเป็นลูกจ้าง — ค่าอบรม 20,000 บาท หักรายจ่ายได้ 40,000 บาท ดูรายละเอียดใน อบรมพนักงานลดหย่อนภาษีอย่างไร

> 💬 อยากให้ทีมบัญชีและเจ้าของเข้าใจภาษีตรงกัน ใช้เอกสารจริงของบริษัทเป็นกรณีศึกษา? ทักไลน์ @deworkac แจ้งขนาดทีมและประเภทธุรกิจ ทีมออกแบบหลักสูตร In-house ให้

สรุป

เจ้าของต้องอ่านภาษีออกเพราะการตัดสินใจเกิดก่อนเอกสาร · เรียนให้ครบ 6 เรื่อง · เลือกวิทยากรที่มีประสบการณ์กับธุรกิจแบบเดียวกัน · อบรมพนักงานหักรายจ่ายได้ 2 เท่า

อ่านต่อ: วางแผนภาษีอย่างไรให้ถูกกฎหมาย · อบรมโปรแกรมบัญชี FlowAccount & PEAK


📥 โหลดฟรี: โครงหลักสูตรอบรมภาษี 1 วันสำหรับเจ้าของธุรกิจ — ทักไลน์ @deworkac พิมพ์ "หลักสูตรภาษี"

Dework จัดอบรมภาษีและบัญชี In-house ด้วยกรณีศึกษาจากธุรกิจของคุณ — บริการอบรม In-house

> ⚠️ ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะราย · อ้างอิง: พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ฉบับที่ 437 พ.ศ. 2548


❓ คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เจ้าของธุรกิจควรอบรมภาษีเรื่องอะไรบ้าง?

ควรครอบคลุม 6 เรื่อง คือ VAT และใบกำกับภาษี ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภาษีเงินได้นิติบุคคลและค่าใช้จ่ายที่หักได้ เอกสารที่สรรพากรยอมรับ ปฏิทินภาษีทั้งปี และวิธีรับมือเมื่อถูกตรวจ โดยเน้นระดับที่พอตัดสินใจทางธุรกิจได้ ไม่ใช่การลงบัญชี

ค่าอบรมภาษีหักภาษีได้ไหม?

ค่าใช้จ่ายฝึกอบรมพนักงานหักเป็นรายจ่ายได้ 2 เท่าตามพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 437 เมื่อเข้าเงื่อนไข เช่น หลักสูตรเกี่ยวกับกิจการ ผู้เข้าอบรมเป็นลูกจ้าง และมีหลักฐานการอบรมครบ ส่วนค่าอบรมของกรรมการที่ไม่ใช่ลูกจ้างหักได้ตามปกติ 1 เท่า

อบรม In-house กับส่งไปเรียนคอร์สสาธารณะ แบบไหนดีกว่า?

ถ้ามีทีม 5 คนขึ้นไป In-house มักคุ้มกว่าเพราะใช้เอกสารจริงของบริษัทเป็นกรณีศึกษาและทั้งทีมเข้าใจตรงกัน ส่วนคอร์สสาธารณะเหมาะกับเจ้าของหรือพนักงานคนเดียวที่ต้องการพื้นฐานทั่วไปในงบประมาณจำกัด