ประกันสังคมนายจ้าง ต้องทำอะไรบ้าง และสำนักงานบัญชีช่วยได้อย่างไร
สรุปหน้าที่นายจ้างด้านประกันสังคม อัตราเงินสมทบ กำหนดส่ง และบทลงโทษหากไม่ปฏิบัติตาม
ประกันสังคมนายจ้าง ต้องทำอะไรบ้าง และสำนักงานบัญชีช่วยได้อย่างไร
เมื่อบริษัทเริ่มมี พนักงานคนแรก หน้าที่สำคัญที่นายจ้างต้องดำเนินการทันทีคือ การขึ้นทะเบียนประกันสังคม
ประกันสังคมสำหรับนายจ้างคืออะไร
ประกันสังคมเป็นระบบสวัสดิการภาคบังคับที่นายจ้างต้องนำส่งเงินสมทบร่วมกับลูกจ้างและรัฐบาล เพื่อให้ลูกจ้างได้รับความคุ้มครองในกรณีต่าง ๆ เช่น
- เจ็บป่วย
- คลอดบุตร
- ทุพพลภาพ
- เสียชีวิต
- ว่างงาน
- ชราภาพ
อัตราการนำส่งเงินสมทบประกันสังคม
เงินสมทบประกันสังคมคำนวณจาก ค่าจ้างของลูกจ้าง
- นายจ้าง: 5% ของค่าจ้าง (สูงสุด 875 บาทต่อคนต่อเดือน)
- ลูกจ้าง: 5% ของค่าจ้าง (สูงสุด 875 บาทต่อคนต่อเดือน)
ฐานค่าจ้างที่ใช้คำนวณ
- ขั้นต่ำ 1,650 บาท
- ขั้นสูง 17,500 บาท
กำหนดการนำส่งประกันสังคม
นายจ้างต้องยื่นแบบ สปส.1-10 พร้อมนำส่งเงินสมทบ ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
ตัวอย่าง: เงินเดือนเดือนมกราคม → ยื่นภายใน 15 กุมภาพันธ์
หน้าที่ของนายจ้างด้านประกันสังคม
- ขึ้นทะเบียนนายจ้าง ภายใน 30 วันนับจากวันที่มีลูกจ้างคนแรก
- ขึ้นทะเบียนลูกจ้าง ทุกคนภายใน 30 วันนับจากวันเริ่มงาน
- หักเงินสมทบจากค่าจ้างลูกจ้าง ทุกเดือน
- นำส่งเงินสมทบประกันสังคม ทั้งส่วนของนายจ้างและลูกจ้าง
- แจ้งสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน เมื่อพนักงานลาออกหรือถูกเลิกจ้าง
บทลงโทษหากนายจ้างไม่นำส่งประกันสังคม
- เงินเพิ่ม 2% ต่อเดือนของเงินสมทบที่ค้างชำระ
- โทษทางอาญา จำคุกไม่เกิน 6 เดือน
- ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
สำนักงานบัญชีช่วยดูแลเรื่องประกันสังคมได้อย่างไร
- คำนวณเงินสมทบพนักงานอย่างถูกต้อง
- จัดทำและยื่นแบบ สปส.1-10 ทุกเดือน
- ดำเนินการขึ้นทะเบียนนายจ้างและลูกจ้าง
- แจ้งสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนเมื่อพนักงานลาออก
- ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ของประกันสังคม
สรุป
ประกันสังคมเป็นหน้าที่สำคัญของนายจ้างที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด การให้สำนักงานบัญชีดูแลเรื่องบัญชีและประกันสังคมควบคู่กัน จะช่วยลดความผิดพลาดและป้องกันความเสี่ยงจากค่าปรับในอนาคต
ติดต่อ Dework Accounting เพื่อรับบริการดูแลประกันสังคมและบัญชีครบวงจร