ภาษี e-Commerce ผู้ขายออนไลน์ต้องรู้
สรุปภาษีทุกประเภทที่ผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ต้องเสีย ทั้งภาษีเงินได้ VAT และหัก ณ ที่จ่าย
ขายของออนไลน์ก็ต้องเสียภาษีเหมือนร้านปกติค่ะ มาดูกันว่ามีภาษีอะไรบ้างที่ต้องรู้
ภาษีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจออนไลน์
1. ภาษีเงินได้ (Income Tax)
บุคคลธรรมดา
- ยื่น ภ.ง.ด.90 ภายใน 31 มีนาคม
- คำนวณจากเงินได้สุทธิ × อัตราก้าวหน้า 5-35%
- ยื่นครึ่งปี ภ.ง.ด.94 ภายใน 30 กันยายน
นิติบุคคล
- ยื่น ภ.ง.ด.50 ภายใน 150 วันหลังปิดงบ
- อัตรา 15-20% สำหรับ SME
- ยื่นครึ่งปี ภ.ง.ด.51 ภายใน 2 เดือนหลังครึ่งปี
2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
- ถ้ารายได้เกิน 1.8 ล้านบาท/ปี ต้องจด VAT
- ออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้าทุกครั้ง
- ยื่น ภ.พ.30 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
3. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ในฐานะผู้จ่าย
- จ่ายค่าโฆษณา Facebook/Google → หัก 5% (ถ้าผู้ให้บริการเป็นนิติบุคคลในไทย)
- จ่ายค่าขนส่ง → หัก 1%
- จ่ายค่าบริการต่างๆ → หัก 3%
ในฐานะผู้รับ
- บางแพลตฟอร์มหัก ณ ที่จ่ายเรา → ขอหนังสือรับรองการหัก
4. อากรแสตมป์
ใช้กับสัญญาบางประเภท เช่น สัญญาเช่า สัญญาจ้าง
ข้อยกเว้นที่หลายคนเข้าใจผิด
❌ "ขายในกลุ่มไลน์ ไม่ต้องเสียภาษี" - ผิด ทุกรายได้ต้องยื่น
❌ "ไม่จด VAT ก็ไม่ต้องเสียภาษี" - ผิด เป็นคนละเรื่องกัน
❌ "Shopee/Lazada หักให้แล้ว ไม่ต้องยื่น" - ผิด หักนั้นเป็นเฉพาะ ภงด.3 ไม่ใช่ภาษีทั้งหมด
สิ่งที่ควรเก็บไว้
- หลักฐานการรับเงิน (สลิปโอน, ใบเสร็จ)
- หลักฐานการจ่ายเงิน (ค่าสินค้า, ค่าโฆษณา)
- รายงานยอดขายจากแพลตฟอร์ม
- หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย
บทลงโทษถ้าไม่ยื่น
- เบี้ยปรับ 1-2 เท่าของภาษีที่ต้องเสีย
- เงินเพิ่ม 1.5%/เดือน
- กรณีเลี่ยงภาษี: คุก 3 เดือน - 7 ปี + ปรับ
สรุป
ขายออนไลน์ก็เป็นธุรกิจครับ ต้องเสียภาษีเหมือนร้านปกติ ทำให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น จะปลอดภัยและเติบโตได้อย่างยั่งยืนค่ะ
ติดต่อ Dework Accounting เพื่อรับคำปรึกษาด้านบัญชีและภาษี