ค่าเสื่อมราคา (Depreciation) คืออะไร คำนวณอย่างไรให้ถูกต้อง
ค่าเสื่อมราคาเป็นค่าใช้จ่ายสำคัญที่ส่งผลต่อกำไรและภาษีของบริษัท การทำความเข้าใจหลักการจะช่วยวางแผนภาษีได้ดีขึ้น
ค่าเสื่อมราคา (Depreciation) เป็นการทยอยบันทึกต้นทุนของสินทรัพย์ถาวรเป็นค่าใช้จ่ายตลอดอายุการใช้งาน เช่น เครื่องจักร รถยนต์ คอมพิวเตอร์ หรืออาคาร
ทำไมต้องคิดค่าเสื่อมราคา
เมื่อบริษัทซื้อสินทรัพย์ที่มีอายุการใช้งานหลายปี จะไม่บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทั้งจำนวนในปีที่ซื้อ แต่จะทยอยบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายปีละส่วน
การทำเช่นนี้ทำให้งบกำไรขาดทุนสะท้อนผลการดำเนินงานของแต่ละปีได้อย่างถูกต้อง
วิธีคำนวณค่าเสื่อมราคา
วิธีเส้นตรง (Straight-Line Method)
เป็นวิธีที่นิยมใช้มากที่สุด โดยคำนวณจาก
ค่าเสื่อมราคาต่อปี = (ราคาทุน - มูลค่าซาก) / อายุการใช้งาน
วิธียอดลดลง (Declining Balance)
คำนวณค่าเสื่อมราคาจากมูลค่าตามบัญชีที่ลดลงทุกปี ทำให้ค่าเสื่อมราคาสูงในปีแรก ๆ
อัตราค่าเสื่อมราคาทางภาษี
กฎหมายภาษีกำหนดอัตราค่าเสื่อมราคาสูงสุดไว้ เช่น
- อาคาร: 5% ต่อปี (อายุ 20 ปี)
- เครื่องจักร: 20% ต่อปี (อายุ 5 ปี)
- รถยนต์: 20% ต่อปี (อายุ 5 ปี) จำกัดมูลค่าไม่เกิน 1 ล้านบาท
- คอมพิวเตอร์: 33.33% ต่อปี (อายุ 3 ปี)
ข้อควรระวัง
- อัตราค่าเสื่อมราคาทางบัญชีอาจแตกต่างจากทางภาษี
- รถยนต์นั่งมีข้อจำกัดเรื่องมูลค่าที่นำมาคิดค่าเสื่อมราคาทางภาษี
- สินทรัพย์ที่หมดค่าเสื่อมราคาแล้วแต่ยังใช้งานได้ ไม่ต้องตัดออกจากบัญชี
สรุป
ค่าเสื่อมราคาเป็นค่าใช้จ่ายที่ส่งผลต่อกำไรและภาษีของบริษัทโดยตรง การเลือกวิธีคำนวณและอัตราที่เหมาะสมจะช่วยให้บริษัทวางแผนภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ
ติดต่อ Dework Accounting เพื่อรับคำปรึกษาด้านบัญชีและภาษี