กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) นายจ้างต้องรู้อะไรบ้าง
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพไม่ใช่เรื่องขององค์กรใหญ่เท่านั้น SME ก็จัดตั้งได้ และยังได้ประโยชน์ทั้งด้านภาษีและการรักษาพนักงาน
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) นายจ้างต้องรู้อะไรบ้าง
หลายบริษัทมองว่ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นเรื่องขององค์กรขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ในความเป็นจริงธุรกิจ SME ก็สามารถจัดตั้งกองทุนได้
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพคืออะไร
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) คือกองทุนที่นายจ้างและลูกจ้างร่วมกันสะสมเงินทุกเดือน เพื่อเป็นเงินออมระยะยาวให้กับลูกจ้างเมื่อออกจากงานหรือเกษียณ โดยมีบริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) เป็นผู้บริหารเงินลงทุน
อัตราการนำส่งเงินกองทุน
ลูกจ้างสะสม: ขั้นต่ำ 2% สูงสุดไม่เกิน 15% ของค่าจ้าง
นายจ้างสมทบ: ขั้นต่ำเท่ากับที่ลูกจ้างสะสม สูงสุดไม่เกิน 15% ของค่าจ้าง
บางบริษัทอาจกำหนดอัตราสมทบแบบขั้นบันได เช่น
- อายุงาน 1–3 ปี สมทบ 3%
- อายุงาน 4–6 ปี สมทบ 5%
- อายุงานมากกว่า 6 ปี สมทบ 7%
สิทธิประโยชน์ทางภาษี
สำหรับนายจ้าง
เงินสมทบที่จ่ายให้กองทุนสามารถบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ ไม่เกิน 15% ของค่าจ้างที่จ่ายให้ลูกจ้าง
สำหรับลูกจ้าง
เงินสะสมสามารถใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ดอกผลที่เกิดจากการลงทุนจะได้รับการยกเว้นภาษีระหว่างที่เงินยังอยู่ในกองทุน
ขั้นตอนการจัดตั้งกองทุน
- เลือกบริษัทจัดการกองทุนรวมที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต.
- จัดทำข้อบังคับกองทุน กำหนดอัตราการสะสม เงินสมทบ และเงื่อนไข
- ให้พนักงานสมัครเป็นสมาชิกกองทุน
- จดทะเบียนกองทุนกับกรมสรรพากร
- เริ่มนำส่งเงินสะสมและเงินสมทบทุกเดือน
เงื่อนไขการได้รับเงินกองทุน
เมื่อสมาชิกออกจากงานหรือเกษียณ จะได้รับเงินสะสมของตนเองพร้อมเงินสมทบของนายจ้างตามเงื่อนไขที่กำหนด
หากลาออกก่อนครบกำหนด อาจได้รับเงินสมทบเพียงบางส่วน ขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการทำงาน
สรุป
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นเครื่องมือที่ให้ประโยชน์ทั้งนายจ้างและลูกจ้าง นายจ้างสามารถใช้เป็นสวัสดิการเพื่อรักษาพนักงานที่มีคุณภาพ และยังได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีค่ะ
ติดต่อ Dework Accounting เพื่อรับคำปรึกษาเรื่องกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ