ภาษีเฉพาะธุรกิจ

การบริหารภาษีสำหรับกลุ่มบริษัท (Holding Company) ทำอย่างไร

เมื่อธุรกิจเติบโตมากขึ้น โครงสร้าง Holding Company ช่วยบริหารความเสี่ยง ขยายธุรกิจ และวางแผนภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การบริหารภาษีสำหรับกลุ่มบริษัท (Holding Company) ทำอย่างไร

เมื่อธุรกิจเติบโตมากขึ้น เจ้าของกิจการจำนวนมากเริ่มพิจารณาจัดโครงสร้างกลุ่มบริษัท หรือที่เรียกว่า Holding Company เพื่อช่วยบริหารความเสี่ยงและวางแผนภาษี


Holding Company คืออะไร

Holding Company คือบริษัทแม่ที่มีหน้าที่ถือหุ้นในบริษัทลูกหลายแห่ง โดยบริษัทแม่อาจไม่ได้ดำเนินธุรกิจโดยตรง แต่มีรายได้จาก


ข้อดีของโครงสร้าง Holding Company

แยกความเสี่ยงของธุรกิจ

หากธุรกิจหนึ่งมีปัญหา จะไม่กระทบกับบริษัทอื่นในกลุ่มโดยตรง

บริหารการลงทุนได้ง่าย

บริษัทแม่สามารถลงทุนในหลายธุรกิจผ่านบริษัทลูก

รองรับการเติบโตของธุรกิจ

สามารถดึงนักลงทุนใหม่เข้ามาในบริษัทลูกบางบริษัทได้ง่าย


ประเด็นภาษีสำคัญของกลุ่มบริษัท

เงินปันผลระหว่างบริษัท

หากบริษัทแม่ถือหุ้นในบริษัทลูกตั้งแต่ 25% ขึ้นไป และถือหุ้นตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด เงินปันผลที่ได้รับอาจได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล

ธุรกรรมระหว่างบริษัทในกลุ่ม (Transfer Pricing)

ธุรกรรมระหว่างบริษัทที่มีความสัมพันธ์กัน เช่น การขายสินค้า การให้บริการ การให้กู้ยืมเงิน ต้องกำหนดราคาให้ใกล้เคียงกับราคาตลาด หรือที่เรียกว่า Arm's Length Principle

หากตั้งราคาไม่เหมาะสม กรมสรรพากรมีสิทธิปรับรายได้หรือค่าใช้จ่ายเพื่อคำนวณภาษีใหม่

ค่าบริหารจัดการระหว่างบริษัท

บริษัทแม่อาจเรียกเก็บค่าบริหารจัดการจากบริษัทลูก เช่น ค่าบริหารงาน ค่าบริการบัญชี ค่าบริการด้าน IT หรือ HR แต่ต้องมีหลักฐานว่ามีการให้บริการจริง


งบการเงินรวมของกลุ่มบริษัท

หากบริษัทแม่ถือหุ้นในบริษัทลูกมากกว่า 50% โดยทั่วไปจะต้องจัดทำงบการเงินรวม ซึ่งนำงบของบริษัทแม่และบริษัทลูกมารวมกัน และตัดรายการระหว่างกันออก


สรุป

โครงสร้าง Holding Company เป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารธุรกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่ ธุรกิจควรปรึกษาสำนักงานบัญชีหรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อออกแบบโครงสร้างที่เหมาะสมค่ะ


ติดต่อ Dework Accounting เพื่อรับคำปรึกษาด้านโครงสร้างกลุ่มบริษัท