ภาษีเฉพาะธุรกิจ

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กับบัญชีและภาษีที่ต้องรู้

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีลักษณะเฉพาะด้านบัญชีและภาษีที่แตกต่างจากธุรกิจทั่วไป ครอบคลุมภาษีธุรกิจเฉพาะ การรับรู้รายได้ และต้นทุนโครงการ

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กับบัญชีและภาษีที่ต้องรู้

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีลักษณะเฉพาะด้านบัญชีและภาษีที่แตกต่างจากธุรกิจทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการรับรู้รายได้ ต้นทุนโครงการ หรือภาษีที่เกี่ยวข้องหลายประเภท


ภาษีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

ภาษีธุรกิจเฉพาะ (SBT)

การขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นทางค้าหรือหากำไรต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะในอัตรา 3% และมีภาษีท้องถิ่นเพิ่มอีก 10% ทำให้อัตรารวมเท่ากับ 3.3%

ฐานภาษีจะคำนวณจากราคาขายหรือราคาประเมินของกรมที่ดิน แล้วแต่ราคาใดสูงกว่า

ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

โดยทั่วไปการขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างมักอยู่ในข่ายภาษีธุรกิจเฉพาะ จึงไม่ต้องเสีย VAT แต่บริการที่เกี่ยวข้อง เช่น ค่านายหน้า ค่าบริหารโครงการ ต้องเสีย VAT ตามปกติ

ภาษีเงินได้นิติบุคคล

บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิของกิจการ การวางแผนต้นทุนโครงการอย่างถูกต้องจึงมีผลต่อภาษีที่ต้องจ่ายโดยตรง


การรับรู้รายได้ของโครงการอสังหาริมทรัพย์

รับรู้รายได้เมื่อโอนกรรมสิทธิ์

รายได้จะถูกบันทึกเมื่อมีการโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดินให้กับผู้ซื้อแล้ว เงินจองหรือเงินดาวน์ที่ได้รับก่อนหน้านั้นจะยังไม่ถือเป็นรายได้ แต่บันทึกเป็นเงินรับล่วงหน้า

รับรู้รายได้ตามความสำเร็จของงาน

บางโครงการอาจรับรู้รายได้ตามความคืบหน้าของการก่อสร้าง โดยใช้สัดส่วนของงานที่เสร็จแล้วเทียบกับงานทั้งหมด วิธีนี้มักใช้ในโครงการก่อสร้างระยะยาว


การบันทึกต้นทุนโครงการ

ต้นทุนของโครงการอสังหาริมทรัพย์มักประกอบด้วย


สิ่งที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ต้องระวัง


สรุป

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีความซับซ้อนด้านบัญชีและภาษีมากกว่าธุรกิจทั่วไป การวางระบบบัญชีที่ดีตั้งแต่เริ่มต้นจะช่วยให้สามารถติดตามต้นทุนโครงการ คำนวณกำไรได้อย่างแม่นยำ และบริหารภาษีได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายค่ะ


ติดต่อ Dework Accounting เพื่อรับคำปรึกษาด้านบัญชีอสังหาริมทรัพย์